เหตุเเห่งกรรม หรือความบังเอิญ

วันที่ 19 พย. พ.ศ.2563

เหตุเเห่งกรรม หรือความบังเอิญ

                      กรณีที่บุคคลจำนวนมากมาเจอกัน แล้วประสบภัยพร้อมๆ กัน เพราะพวกเขามีกรรมเกี่ยวเนื่องกันมาก่อน 2 แบบ คือ “เคยร่วมกันทำกรรมนั้นมา” แล้วมาเกิดไล่ๆ กัน เลยมาเจอผลแห่งวิบากกรรมไล่ๆ กัน นั้นเป็นเพราะเหตุใด

5fb4b1cc62c1620471bb3e03_800x0xcover_AIsSTjdT.jpg

ยกตัวอย่าง

                        เหมือนคนที่ถูกองคุลีมาลฆ่า สาเหตุที่ องคุลีมาลไล่ฆ่าคนถึง 999 คน เพราะภพในอดีตองคุลีมาลเกิดเป็นเต่าใหญ่เจ้าเรือนใจดี ตัวใหญ่อย่างกับช้าง พอเห็นใครลำบากในทะเลมหาสมุทรก็เข้าไปช่วย

                        คราวหนึ่งเต่าใหญ่ใจดีเห็นเรือประมงอับปาง ก็เข้าไปช่วยคน 6-7 คน ให้ขึ้นบนหลัง แล้วพาไปส่งขึ้นฝั่ง คราวนี้ชาวประมงเกิดคิดร้าย เมื่อเรือตนเองอับปางจับปลาไม่ได้อีกจึงหมายเอาเต่า คิดแล้วก็วางแผนฆ่าเต่าใหญ่ใจดีที่ช่วยชีวิตตนเองให้รอดจากเรืออับปาง

                         ชาวประมงที่รอดชีวิตกับคนในหมู่บ้าน 1,000 คน ช่วยกันหาทางจะฆ่าเต่าใหญ่นี้ให้ได้ เพื่อจะได้นำเนื้อมาแบ่งกันกิน แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ยอมมาร่วมมือด้วย ถึงแม้เขาฆ่าเต่าเสร็จแล้วเอาเนื้อมาให้กิน ใส่ปากก็บ้วนทิ้งหมด

5fb4d103c8f02c04cdbd4ec1_800x0xcover_3s7fP_Mn.jpg

                  เพราะฉะนั้น คราวนี้จึงมีคนทำกรรมร่วมกันถึง 999 คน กรรมนั้นชักนำให้พวกเขามาเกิดในยุคที่องคุลีมาลเกิดเป็นชาติสุดท้าย แล้วถูกองคุลีมาลฆ่าตาย

                  ตอนที่องคุลีมาลเกิดเป็นเต่าใหญ่ พอถูกฆ่าก็ผูกใจเจ็บว่าเราอุตส่าห์ช่วยชีวิต กลับจับเราตรึง หมายจะฆ่าเราเพื่อกินเป็นอาหาร ก่อนตายจึงแค้นใจคิดจองเวรในภพต่อไปว่า “ถ้าเจอเราจะฆ่าให้หมด” ด้วยใจพยาบาท กรรมที่คนเหล่านั้นทำจึงดึงดูดให้มาพบกัน พวกเขาจึงถูกองคุลีมาลฆ่าตายไป 999 คน เพราะทำกรรมมาด้วยกันถึงได้มาเจอกันนั่นเอง

                  แต่กลุ่มคนที่ทำกรรมร่วมกัน กรรมอย่างอื่นเขาจะต้องพอกันด้วย เพราะแต่ละคนทำกรรมไม่เหมือนกัน กรรมนั้นทำร่วมกัน แต่บางทีบางคนไปทำเรื่องดีอย่างอื่น หรือไปทำเรื่องร้ายอย่างอื่น

คนหนึ่งอาจจะตกนรก คนหนึ่งอาจจะไปสวรรค์ คนหนึ่งอาจจะมาเกิดเป็นคน มันก็ไม่ได้มาเกิดพร้อมกัน ต้องมีจังหวะของบุญกรรมที่ทำไว้พอดีกัน แล้วมาเกิดในเพศภาวะเดียวกัน เช่น เกิดเป็นคนเหมือนกัน เกิดเป็นสัตว์เหมือนกัน แล้วมาเจอวิบากแห่งกรรมนั้นพร้อมๆ กัน อย่างนี้เป็นแบบที่ 1

 

อีกแบบคือ

                     “ไม่ได้ทำกรรมมาร่วมกัน แต่มีกรรมประเภทเดียวกัน” เช่น คนหนึ่งไปทำปาณาติบาต ฆ่าคน ทรมานคน ฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ ต่างคนต่างทำ ต่างกรรมต่างวาระกัน แต่เป็นกรรมปาณาติบาตเหมือนกัน

5fb4d0e490687a0cabee9fa8_800x0xcover_VqQFt5gj.jpg

ยกตัวอย่าง

                    เครื่องบินตก ไม่ใช่ว่าคนที่มารวมกันอยู่บนเครื่องบินทั้ง 100 คนนั้นเคยไปทำกรรมร่วมกันมาทั้งหมด แต่พวกเขาเคยทำกรรมปาณาติบาตต่างกรรมต่างวาระกัน แล้วพอมาเจอกัน วิบากกรรมดึงดูดทำให้เกิดเหตุเครื่องบินมีปัญหาแล้วตกอย่างนี้ เป็นต้น

                    แต่คนใดที่ไม่ได้มีกรรมทางนี้จะมีเหตุ เช่น จองตั๋วไม่ทันบ้าง มีงานด่วนต้องเปลี่ยนเที่ยวบินบ้าง รถเกิดอุบัติเหตุทำให้ขึ้นเครื่องไม่ทันบ้าง มีเหตุการณ์ต่างๆ ที่ทำให้ไม่ได้ขึ้นเครื่องลำนั้นไปด้วยจึงรอดชีวิต เพราะเขาไม่ได้ทำวิบากกรรมด้านนั้นมา

                    กรรมเป็นตัวบีบคั้น กรรมเป็นตัวจำแนกสัตว์ให้ต่างกันไปว่าใครจะเจออะไร ขึ้นอยู่กับว่า เขาเคยทำกรรมอะไรมา อย่างแผ่นดินไหวมีบางคนบาดเจ็บ บางคนเสียชีวิต เพราะคนที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บในอดีต เคยทำกรรมปาณาติบาตนี้มา ถ้าหนักก็รับวิบากกรรมถึงตาย ถ้าเบาบางก็แค่บาดเจ็บ แต่คนใดกรรมเรื่องนี้ไม่มี หรือมีแต่เบาบางมากๆ ก็รอด อาจจะแค่ทรัพย์สินเสียหายแต่ชีวิตปลอดภัย เป็นต้น

                   เหตุการณ์ทั้งหมดล้วนมีที่มาที่ไปทั้งนั้น และมีกรรมเป็นตัวกำกับอยู่เบื้องหลัง แผ่นดินไหวเกิดจากปฏิกิริยาธรรมชาติ แต่เมื่อแผ่นดินไหวแล้ว แต่ละคนประสบเหตุหนักเบาต่างกัน เพราะผลแห่งกรรมทำให้แต่ละคนไปอยู่ตรงนั้นตรงนี้ต่างกัน แล้วไปเจอสภาพที่สมควรแก่กรรมที่ตนเองเคยได้ทำไว้

5fb4d0f11f88bc0cbefe1558_800x0xcover_S1xKuVGU.jpg

                   ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่บุคคลใดก็ตามที่ประสบภัยพิบัติในครั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าบุคคลนั้นได้ทำกรรมมาหรือไม่ กรรมจะเป็นตัวดึงดูดให้บุคคลนั้นประสบกับภัยพิบัติในครั้งนั้นนั่นเอง

                   ในเรื่องของกรรมจะเห็นได้ว่าหลายคนมารวมตัวกันแล้วประสบภัยนั้น อาจจะเกิดจากกรรมที่เขาได้ร่วมกันทำมาในประเภทเดียวกัน หรืออาจจะเป็นต่างคนต่างกรรมต่างวาระกัน แต่เป็นประเภทเดียวกันก็สามารถเกิดกรรมแบบเดียวกันได้

                    เรื่องของวิบากกรรมน่ากลัวมากจริงๆ เพราะฉะนั้น เราควรร่วมกันทำกรรมดีด้วยการทำหน้าที่กัลยาณมิตร ชักชวนกันทำทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา สร้างบารมีตราบกระทั่งถึงที่สุดแห่งธรรม

 

เจริญพร

พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ

 

 Total Execution Time: 0.050027632713318 Mins