หลักสูตรที่ MBA ไม่มีสอน

วันที่ 19 สค. พ.ศ.2563

หลักสูตรที่ MBA ไม่มีสอน

                    การลงทุนให้ได้กำไรอย่างแท้จริงนั้น ต้องเริ่มที่ “ต้นทุน”

                    ในสมัยพุทธกาล พระสารีบุตรท่านได้เคยกราบทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ทำไมคนบางกลุ่ม ลงทุนแล้วถึงได้ผลต่างกันเช่นนี้

5f39f176cbc63b0c8ad48f42_800x0xcover_0C2adNai.jpg

กลุ่มที่ 1 เมื่อลงทุนทำมาค้าขายอะไรแล้ว พลิกล็อคขาดทุน

กลุ่มที่ 2 เมื่อตั้งใจจะค้าขายอะไรแล้วได้กำไรน้อยกว่าที่คิดไว้

กลุ่มที่ 3 ค้าขายแล้วได้กำไรเท่าที่คิดไว้

ส่วนคนกลุ่มที่ 4 เมื่อตั้งใจไว้ วางแผนไว้ ลงมือทำจริง ปรากฏว่าผลกำไรกลับเกินควรเกินคาด ขายดิบขายดี กำไรไหลมาเทมาเป็นเทน้ำเทท่า มีสาเหตุมาจากอะไร?

5f39fb290e5f6f0ca2549c83_800x0xcover__0EBYL0m.jpg

                พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสตอบว่า

คนกลุ่มแรก

               ที่วางแผนค้าขายอย่างไรแล้ว ลงทุนไปแล้ว กลับขาดทุน เป็นเพราะว่าเมื่อจะทำบุญ ตั้งใจไว้อย่างไร ไปรับปากกับพระกับสมณพราหมณ์ไว้อย่างไร พอจะทำแล้วกลับไม่ทำ

กลุ่มที่ 2

              ตั้งใจจะทำบุญ รับปากว่าอย่างไร ถึงคราวยังทำอยู่ แต่ว่าทำน้อยกว่าที่รับปากไว้ ที่ตั้งใจไว้แต่เดิม ผลคือ ค้าขายก็ได้กำไร แต่กำไรน้อยกว่าที่คิด

คนกลุ่มที่ 3

                ตั้งใจไว้ว่าจะทำบุญเท่าไหร่ รับปากไว้อย่างไร ก็ทำตามนั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นพอบุญส่งผล จะทำมาค้าขายอะไรก็จะได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ส่วนคนกลุ่มที่ 4

              มีความตั้งใจจะทำบุญ รับปากว่าอย่างไรไว้ เมื่อถึงคราวทำ ปีติเกิดขึ้น ทำเกินเป้าที่วางไว้ เมื่อผลบุญส่ง ก็ทำให้กำไรเกินควรเกินคาด

                     จะเห็นได้ว่าทุกอย่างล้วนมีเหตุ มีผล มีที่มา ที่ไป เพราะฉะนั้นเมื่อจะทำสิ่งใด ให้นึกถึง สาเหตุที่เกิดจากแรงขับเคลื่อนของกฎแห่งกรรมด้วย หากเรามีบุญ บุญเราดี ก็จะส่งผลทำให้เราคิดหาวิธีได้ มีผู้ร่วมลงทุน มีคู่ค้าที่ดี ทุกอย่างก็จะสะดวกราบรื่น

                    เพราะเบื้องหลังความเก่ง ความเฮงนั้นมีแรงขับเคลื่อน คือบุญ ซึ่งมาจากกฎแห่งกรรม คือ การกระทำของเรานั่นเอง

                     คนบางคนเป็นผู้บริหารมืออาชีพให้คนอื่น ทำให้กิจการคนอื่นรุ่งเรือง แต่พอแยกตัวออกมาทำกิจการของตัวเอง กลับไม่รุ่งเรืองเท่าที่ควร ทั้งที่ก็เป็นคนเดิม ประสบการณ์บริหารมากกว่าเดิม ทำไมเป็นผู้บริหารให้คนอื่น ทำให้กิจการรุ่งเรืองได้ แต่พอทำกิจการตัวเองแล้วกลับย่ำแย่

                     สาเหตุนั้นเป็นเพราะว่า ตอนไปบริหารรับจ้างให้คนอื่น อาศัยบุญของเจ้าของกิจการ เจ้าของอาจไม่ได้เก่งเท่าผู้บริหารคนนี้ แต่เขามีบุญก็ทำให้กิจการไปได้ด้วยดี แต่พอมาทำเอง ต้องพึ่งบุญตัวเอง ตัวเองสร้างบุญไว้น้อย ผลคือกิจการแย่ แบบนี้ก็มี

5f39fa2b0e5f6f0ca25366bf_800x0xcover_o60WhRUQ.jpg

                   หลังจากที่เราลงทุนไปแล้ว เรามีรายรับเข้ามา มีกำไรเข้ามาแล้ว

เราควรจะใช้จ่ายอย่างไร ?

                  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ในการใช้จ่ายทรัพย์ของคนเรา ให้แบ่งงบออกเป็น 4 ส่วน

งบก้อนแรก

ใช้เพื่อเลี้ยงชีพตามสมควรแก่อัตภาพ คือ สมฐานะ ทั้งแก่ตัวเอง ภรรยา บุตร พ่อแม่ รวมทั้งบริวาร

งบก้อนที่ 2

ใช้เพื่อสร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิต ใช้ป้องกันภัยต่าง ๆ ที่มาเบียดเบียนจากสิ่งที่ไม่คาดฝันทั้งหลาย หรือทำประกันภัยต่าง ๆ เช่น ประกันสุขภาพ ประกันชีวิต เป็นต้น รวมถึงการเก็บออมทรัพย์ไว้ในธนาคาร ซื้อหลักทรัพย์ที่ดิน ซึ่งเงินออมนี้จะเป็นตัวสร้างหลักประกันในชีวิต สร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของเราเอง

งบก้อนที่ 3

ใช้เพื่อการสงเคราะห์ ไม่ว่าจะสงเคราะห์ให้กับญาติ พรรคพวก เพื่อนฝูง หรือ ภาษีสังคม ในโอกาสต่าง ๆ เช่น งานบวช งานแต่ง ถึงคราวเขาลำบาก เราช่วยเขา ถึงคราวเราลำบาก เขาช่วยเรา นี้เป็นการประกันชีวิตในรูปแบบหนึ่ง ถึงแม้ไม่เป็นทางการเหมือนไปซื้อประกันภัย แต่ถือเป็นการแสดงน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อกันในสังคม

5f39f7d9e39c2b0c99057e33_800x0xcover_V52EnFNo.jpg

งบก้อนที่ 4

                   งบสำหรับทำบุญให้กับพระภิกษุ สมณพราหมณ์ผู้ทรงศีล เป็นการฝังทรัพย์นี้ไว้ในพระพุทธศาสนา ซึ่งจะเป็นเสบียงบุญติดตัวเราไปทั้งในภพนี้และภพหน้า เพราะทรัพย์อย่างอื่น ตายแล้วเอาไปไม่ได้ แต่สิ่งที่ติดตัวเราไปได้ คือ บุญกับบาปที่เราสร้างเอาไว้เท่านั้น  ฉลาดในการหาทรัพย์แล้ว ต้องฉลาดในการบริหารจัดการทรัพย์ด้วย

                   ที่สำคัญอย่าลืมว่า เมื่อตายไปแล้วเอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง สิ่งที่เอาติดตัวไปได้มีเพียงบุญและบาปเท่านั้น  ดังนั้นให้บริหารงบทั้ง 4 ส่วนนี้ให้ดี ถ้ารู้จักแบ่งให้ลงตัว การบริหารชีวิตก็จะลงตัว

นี่แหละเคล็ดลับการลงทุนที่หลักสูตร MBA ไม่มีสอน

เจริญพร

 Total Execution Time: 0.0014788508415222 Mins