๗ สัตว์ที่ถือกำเนิดในโอปปาติกะ มีจริง

วันที่ 01 เมย. พ.ศ.2563

 ๗ สัตว์ที่ถือกำเนิดในโอปปาติกะ มีจริง

                   สัตว์ที่เกิดในโอปปาติกะนั้น มี ๒ ประเภท  คือ  ๑) พวกสัตว์นรก   ๒) พวกเทวดา พูดง่ายๆ เป็นพวกบาปมากกับพวกบญุมาก  พวกนี้เกิดโดยโอปปาติกะ คือเกิดปุ๊บโตปั๊บ ไม่ต้องมาป้อนข้าว ป้อนนม สัตว์นรก คือ พวกที่สร้างบาปมามาก ตายปุ๊บเกิดเป็นเปรต เป็นสัตว์นรกปั๊บ ยมบาลไม่เอานมมาป้อนหรอก มีแต่เอาน้ำในกะทะทองแดงมาป้อนให้  มีหอกหลาวป้อนให้ อีกพวกหนึ่งสร้างความดีไว้มาก พอตายปั๊บบุญส่ง ปุ๊บให้โตเลย ไปเกิดเป็นเทวดาอีกเช่นกัน ความสงสัยในข้อนี้ จะขจัดไปได้ด้วยการฝึกสมาธิ แล้วไปตรวจดูด้วยตัวเองเท่านั้น อย่างอื่นไม่มีทาง แต่ถ้าจะตรองตามเหตุตามผลก็ได้นิดหน่ออย่างที่หลวงพ่ออธิบาย มาเมื่อสักครู่นี้ว่า บุญเก่าเขาต้องมี คือสร้างความดีมาจากชาติที่แล้วเยอะ

                 

                 ชาตินี้ผลบุญส่งให้เกิดมาเป็นคน  ก็สบายมา ตั้งแต่เล็ก  แต่ถ้าทำแสบในชาติที่แล้วมาเยอะ เกิดมาก็ต้อง เป็นไปตามกรรมคือพิการมาเลย มีอยู่คำหนึ่ง  คำนี้บางทีเราคงจะคุ้นกันคือ  คำว่า "กรรมพันธุ์" คำนี้เนื่องจากเราเรียนทางชีววิทยามา เราจึง มักจะนึกถึงยีนส์ นึกถึงโครโมโซม หรือพวกสาร DNA , RNA อะไรสารพัด แต่ว่าคำว่า กรรมพันธุ์ในพระพุทธศาสนานี้หมายถึง คนที่มีกรรม คำว่ากรรม แปลว่า การกระทำ ซึ่งไม่จำเพาะ เจาะจงว่าดีหรือชั่ว คนที่มีกรรมชนิดเดียวกันก็จะมาเกิดเป็น ลูกเป็นเต้ากัน ยกตัวอย่าง เจ้าคนหนึ่ง    ขี้เมา เมาจนตายแล้ว มันก็ไปตกนรกหมกไหม้  

 

                   ถึงคราวมันจะมาเกิดเป็นคนใหม่ ก็กรรมของมันอีกแหละ ผลกรรมมันส่ง แม่ดีๆก็ไปเกิดไม่ได้ ไปเกิดได้แต่แม่ขี้เมาตามแรงกรรมของมัน  เพราะฉะนั้น ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มันก็เมา เพราะแม่ของมันยิ่งแพ้ท้อง ก็ยิ่ง กินเหล้า ได้เมาตั้งแต่อยู่ในท้อง พอคลอดออกมานี่เห็นหน้าแล้ว  หน้าเด็กเมาแปล้ออกมาทีเดียว นี่คือคำว่ากรรมพันธุ์ คือ มีกรรมชนิดเดียวกันเป็นเผ่าพันธุ์ ส่วนพวกที่เขาตั้งใจทำบุญให้ทาน พอละโลกไปแล้ว จะไปเป็นเทวดานางฟ้าอะไรก็ตามที เมื่อมาเกิดอีก พวกนี้เลือกเกิดได้  ถ้าพ่อแม่คนไหนบุญไม่พอ มันไม่มาเกิดให้หรอก มันรอได้  

 

                   ส่วนพวกแรกรอไม่ได้ เพราะบาปมัน บีบคั้น เพราะถ้ามาเกิดที่โลกมนุษย์ ถึงอย่างไรก็ดีกว่าอยู่ ในนรก  แต่พวกบุญมาก ถ้าไม่ได้พ่อแม่ดีๆ เขาก็ไม่เกิดก็ได้ เพราะบุญหล่อเลี้ยงอยู่ ไม่ต้องกลัวอะไร เพราะคน ทำบุญเอาไว้ดี  ก็เหมือนกับเศรษฐีมีเงิน  เลือกซื้อของได้ ส่วนคนจนๆ โดยเฉพาะยิ่งมีหนี้มีสินแล้ว เขาให้อะไรก็เอา ไปอย่างนั้น  มันไม่มีสิทธิ์จะเลือก เพราะฉะนั้น การเกิดมี ๒ พวก พวกหนึ่งชิงมาเกิด อีกพวกเขาเชิญมาเกิด  มันก็มาด้วยแรงบุญแรงบาป ที่ต่างกัน  เพราะฉะนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่ขี้เมาแล้ว ก็หวัง จะได้ลูกที่ฉลาดหน้าตาไบรท์ (Bright)  มันจะไปหาที่ไหน คลอดออกมา เด็กก็เมาเหมือนพ่อนั่นแหละ

                   

                   ก็ลองเทียบเคียง ถนัดง่ายๆ แล้วกัน คือกรรมพันธุ๋ในพระพทุธศาสนา ไม่ใช่กรรมพันธุ์ในชีววิทยา  คำว่ากรรมพันธุ์ในพระพุทธศาสนา คือ มีกรรมชนิดเดียวกันเป็นเผ่าเป็นพันธุ์ ก็เลยมาเป็นลูกเป็นเต้ามาเป็นญาติกันออกมาอย่างนี้  ถ้าอยากได้ลูกดีก็ ทำตัวให้เป็นต้นแบบที่ดี แล้วเดี๋ยวได้เอง เมื่อมีความเชื่อมั่นว่าอย่างนี้คือ บุญมี  บาปมี นรกมี  สวรรค์มี  ตายแล้วไม่สูญ  สิ่งเหล่านี้เองจะเริ่ม เป็นการควบคุมติดตัวว่า  อะไรที่เป็นบาป  เราก็ไม่เอา เพราะตัวเราเองก็จะเดือดร้อนในชาตินี้  ตายไปก็ลงนรก 

 

                 แม้ยังไม่ตาย มีลูกก็คงได้ลูกที่แสบๆ อย่างนั้น เพระฉะนั้น ถ้าขึ้นชื่อว่าเป็นบาปไม่เอา แต่ถ้าไม่เชื่อว่าบุญไม่มี บาปไม่มี  ถ้ากลัวว่าบาปจะมี  ตอนตายจะเอาขวานใส่ไปในโลงด้วย  เขาก็ว่าไปโน่น          แล้วถึงคราวจริงๆ เข้า ก็คงจะได้รู้กัน

 

จากหนังสือ สัมมาทิฏฐิ รากฐานการพัฒนาชีวิต

                                                                                โดยคุณครูไม่เล็ก
 

 Total Execution Time: 0.0011534651120504 Mins